เรียนต่อต่างประเทศดีจริงหรือ แตกต่างแค่ในกับโรงเรียนในไทยอย่างไร

การเรียนต่อในต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งความฝันที่นักเรียนหลายต่อหลายคน อยากจะเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์นั้นสักครั้งให้จงได้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า การเรียนต่อในต่างประเทศ มีความแตกต่างกับในโรงเรียนไทยอย่างไร และดีอย่างที่หลายๆคนคิดไว้รึเปล่า

ความแตกต่างของการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา ระหว่างประเทศไทยกับอเมริกา 

ประเทศไทยเรียน ม. ปลาย 3 ปี , อเมริกาเรียน 4 ปี

อเมริกาจะมีการแบ่งชั้นเรียน ดังนี้  Freshman, Sophomore, Junior และ Senior โดยก่อนหน้านี้ ก็จะเป็น Elementary School ประถมศึกษา และ Middle School มัธยมต้น ไม่เหมือนกับที่ไทยซึ่งมีแค่ ม.4-6 เท่านั้น

ไทยเลือกสายการเรียน , อเมริกาเลือกวิชาเรียน

อเมริกาให้เด็กเลือกวิชาเรียนเองตั้งแต่เกรด 9 หรือตั้งแต่ ม.3 เป็นการเลือกรายวิชาไม่ได้เลือกเป็นสายวิชา โรงเรียนจะมีรายชื่อวิชาที่ต้องเลือกเรียนก่อนจบมาให้ เช่น ต้องเรียนภาษาอังกฤษ 2 ปี , คณิตศาสตร์ 2 ปี ,  เป็นต้น โดยนักเรียนมีหน้าที่ลงเรียนวิชาเหล่านี้ด้วยตัวเอง สามารถจัดเวลาได้ตามต้องการ เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้กำหนดตารางเรียนมาให้

อเมริกามีวิชาเลือกเยอะกว่าไทย

อเมริกามีวิชาให้เลือกเรียนเยอะมาก ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น เทอมคุณลงเรียน 5 วิชา คุณก็อาจเลือกเรียนวิชาเคมี ซึ่งเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ , วิชาถ่ายภาพ ซึ่งเป็นวิชาศิลปะ , วิชาประสานเสียง , ปรัชญา , และจบด้วยวรรณกรรมอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาทางมนุษย์ศาสตร์ เป็นการลงเรียนให้เกิดความหลากหลาย ไม่น่าเบื่อ สามารถเรียนพร้อมกันได้ในหนึ่งเทอม แต่ที่ไทยไม่อาจเลือกแบบนี้ได้ นอกจากนี้ความพิเศษอีกอย่าง คือ ยังมีวิชา Workshop ต่างๆด้วย เช่น ถ้าคุณเลือกวิชางานไม้  คุณก็จะได้เรียนรู้วิธีทำเก้าอี้ , โต๊ะ หรือกล่องไม้ใส่ของเล็ก ๆ เมื่อเรียนและลงมือทำจนสำเร็จ ก็สามารถนำของชิ้นนั้นกลับบ้านได้เลย เป็นของซึ่งช่วยสร้างความภูมิใจได้มาก

บุคลากรผู้ทำการสอนมีความสามารถที่หลากหลายกว่า

การที่อเมริกาสามารถเปิดวิชาเรียนได้มากมาย เป็นเพราะในโรงเรียนเองก็มีอาจารย์หลากหลายประเภท ไม่ใช่มีแค่อาจารย์จบเอกภาษาอังกฤษ จบเอกไทย หรือจบเอกวิชาพื้นฐานเท่านั้น เนื่องจากอาจารย์ที่อเมริกาต้องเรียนจบในสาขาอื่น ๆ มาก่อน แล้วจึงค่อยมาเป็นอาจารย์ High School ภายหลัง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้วิชาจากอาจารย์ที่หลากหลาย

มีวิชาระดับสูงให้เลือกเรียน

อเมริกามีวิชาระดับสูงให้นักเรียนได้เลือกเรียนด้วย โดยวิชาเหล่านี้มีความแตกต่างจากวิชาทั่วไปมาก เช่น วิทยาศาสตร์พื้นฐาน , อังกฤษพื้นฐาน โดยวิชาระดับสูง หรือ AP เป็นวิชาที่นักเรียนเอาไปเสนอตอนเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อ Pass ชั้นได้ เนื่องจากมีระดับความยากพอ ๆ กับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจริง ๆ นั่นเอง